http://www.thaihandmadeshop.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com
 

 หน้าแรก

 สินค้า

 วิธีการสั่งซื้อสินค้า

 วิธีการชำระเงิน

 ตรวจสอบการส่งสินค้า

 ติดต่อเรา

สินค้า

 กระเป๋า
 ผ้าพันคอ
 หมวก
 สมุดทำมือ
 รับสร้างเว็บไซต์
 โฆษณาหน้าแรก

กระเป๋า และ หนัง

เคล็ดไม่ลับ ทำตามได้

ดอกไม้

บทความทั่วไป

ปลูกผักไร้สาร

ข่าว ท่องเทียว

สมุนไพรน่ารู้

สาระสุขภาพ

อาหาร + ขนม

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

พุดตาน

 พุดตาน

พุดตาน

  ดอกพุดตานเปลี่ยนสี

ชื่อพื้นเมือง:  ดอกสามสี ดอกสามผิว
ลักษณะทั่วไป:
    ต้น  ไม้พุ่มขนาดกลาง ลำต้นและกิ่งก้านมีสีเทา มีขนปกคลุม
    ใบ  ใบเดี่ยว  เรียงสลับ  ใบรูปไข่   กว้าง 9-20 เซนติเมตร  ยาว 10-22 เซนติเมตร ปลายใบแหลมโคนใบรูปหัวใจ  ขอบใบเว้าลึก 3-5 แฉก  แผ่นใบสีเขียวค่อนข้างหนา   มีขนปกคลุมทั่วใบ สากมือ
    ดอก  สีขาว ชมพูและชมพูเข้ม ออกดอกเดี่ยวตามซอกใบที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยง 5 กลีบ มีขน กลีบดอกมีทั้งแบบชั้นเดียว หรือซ้อนกัน กลีบดอกเปลี่ยนสีไปตามอุณหภูมิของวัน ในตอนเช้าสีขาว กลางวันสีชมพู   และตอนเย็นเป็นสีชมพูเข้ม ยอดเกสรเพศเมียสีเหลือง ขนาด 8-12 เซนติเมตร ดอกบานเต็มที่กว้าง 8-12 เซนติเมตร
    ฝัก/ผล  ผลแห้ง  ทรงกลมมีจะงอย  ขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร เมื่อแก่แล้วแตกเป็น 5 แฉก
    เมล็ด  เมล็ดรูปไต มีขนยาว
ฤดูกาลออกดอก:  ออกดอกดกตลอดปี
การปลูก:  ปลูกบังกำแพง หรือทิวทัศน์ที่ไม่น่าดู
การดูแลรักษา:  ชอบอยู่ตามที่ดอนกลางแจ้ง แสงแดดจัด ไม่ชอบที่แฉะหรือมีน้ำขัง ปลูกได้ดีในดินร่วนซุย ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง
การขยายพันธุ์:  ตอนกิ่ง  ปักชำกิ่ง
การใช้ประโยชน์:
    -    ไม้ประดับ
    -    สมุนไพร
ถิ่นกำเนิด:  ประเทศจีน
สรรพคุณทางยา:
    -    ใบแห้งผสมกับน้ำผึ้งใช้ทารักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกได้
    -    ราก ใช้ต้มกินหรือใช้รากฝนทา เป็นยารักษาอาการประดง รักษาโรคผื่นคันตามผิวหนัง และอาการปวดแสบ ปวดร้อนตามร่างกาย

 บ่อยครั้งเวลาที่ต้นพุดตานออกดอก    ผู้เขียนมักจะเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนสีของดอกในรอบวัน  ช่างสวยงามยิ่งนัก  เมื่อดอกบานตอนเช้าจะมีสีงาช้างหรือสีขาว พอสายหน่อยดอกจะเริ่มมีสีชมพูอ่อนๆ  จนเที่ยงวันดอกจะมีสีชมพูชัดเจน และในช่วงเย็นดอกจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูแดงหรือสีบานเย็น ในตอนค่ำเมื่อดอกหุบสีดอกก็ยังคงเป็นสีชมพูแดงและดอกที่หุบนี้จะยังคงติด อยู่ที่ต้นอีกประมาณ 2-3 วันจึงร่วงหลุดจากต้น  จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมดอกพุดตานจึงสามารถเปลี่ยนสีในดอกเดียวกันได้หลายสี ในช่วงเวลาต่างๆ กันของวัน  ซึ่งความมหัศจรรย์ของการเปลี่ยนสีของดอกพุดตานนี้เกิดจากการสร้างสรรค์ของ ธรรมชาติโดยแท้  ซึ่งเราจะได้ทราบกันต่อไป

                พุดตาน  มีชื่อสามัญเรียกกันหลากหลาย เช่น Cotton rose, Confederate rose และ Changeable rose   เป็นต้น สำหรับชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Hibiscus mutabilis L.  จัดเป็นพืชไม้พุ่มขนาดกลาง  มีขนตามลำต้น กิ่ง และใบ  ลักษณะของใบเป็นใบเดี่ยวคล้ายใบฝ้าย ดอกมีลักษณะคล้ายดอกชบาซ้อน หรือกุหลาบ สามารถเปลี่ยนสีของดอกได้หลายสีภายในวันเดียวกัน 

 

      พุดตานมีถิ่นกำเนิดมา จากประเทศจีน สำหรับชาวจีนจัดว่าต้นพุดตานเป็นไม้มงคล เป็นเพราะดอกพุดตานเปลี่ยนสีได้ถึง 3 สี ภายในวันเดียว ซึ่งเปรียบเสมือนวัฏจักรของชีวิตคนที่เริ่มต้นเปรียบเหมือนเด็กที่เป็นผ้า ขาว ค่อยๆ โตขึ้นพร้อมกับสีสรรที่แต่งแต้มขึ้นมา จนกระทั่งมีอายุมากขึ้นพร้อมกับสีที่เข้มขึ้นจนกระทั่งร่วงโรยจากไป  เชื่อว่าต้นพุดตานอาจนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยช่วงที่ไทยมีค้าขายกับชาวจีนใน สมัยรัตนโกสินทร์

 

สำหรับสารสำคัญที่พบในใบนั้น เป็นชนิดเดียวกับที่พบในสมุนไพรหลายๆ ชนิดคือฟลาโวนอยด์ กลัยโคไซด์ ซึ่งทราบกันดีว่าสารตัวนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีในร่างกายของคนเรา

ดอกพุดตานมีสารแอนโทไซยานิน (anthocyanin) ซึ่งจะมีปริมาณที่เปลี่ยนแปลงไปตามสีของดอกพุดตาน โดยจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อดอกมีสีแดงเข้มสารนี้จะมีปริมาณเป็น 3 เท่าของดอกสีชมพู
สรรพคุณทางสมุนไพรของพุดตานคือ ใช้ใบสด หรือดอกสด ตำผสมน้ำผึ้งทาบริเวณที่เป็นฝี หรือบริเวณที่ถูกผึ้งต่อยไม่ให้เกิดการอักเสบได้ ส่วนใบแห้ง ให้บดเป็นผงใช้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือจะใช้ส่วนรากตำ และนำไปพอกรักษาโรคงูสวัด

 

 

ส่วนที่ใช้ : ใบสด หรือใบตากแห้ง ดอก เก็บดอกตอนเริ่มบานเต็มที่ รากเก็บได้ตลอดปี ตากแห้งหรือใช้สดก็ได้

สรรพคุณ :

  • ารักษาคางทูม

  • ยาถอนพิษ รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลมีหนอง

  • ยาแก้งูสวัด

วิธีและปริมาณที่ใช้

  • ยารักษาคางทูม
    -
    ใช้ ใบแห้ง 10-15 ใบ บดให้ละเอียด เติมไข่ขาวผสมให้เข้ากัน เพื่อให้ยาจับกันเป็นแผ่น นำไปพอกปิดบริเวณที่บวมเป็นคางทูม เปลี่ยนยาวันละ 2 ครั้ง จนกว่าจะหายบวม
    -
    ใช้ดอก อย่างแห้ง หนัก 3-12 กรัม ใบสด 30-40 กรัม ต้มน้ำรับประทาน ใช้ภายนอก บดเป็นผงผสม หรือใช้สดตำพอก

  • ยาดถอนพิษ รักษาแผลน้ำร้อนลวก ไฟไหม้ แผลมีหนอง
    -
    ใช้ใบสด 3-4 ใบ ล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำมันพืช ใช้ทาแผลน้ำร้อนลวก ไฟไหม้ แผลมีหนอง

  • ยาแก้งูสวัด
    - ใช้ใบสด 4-5 ใบ ล้างให้สะอาด ตำให้ละเอียด เติมน้ำซาวข้าว ใช้ทาบริเวณที่เป็น ทาบ่อยๆ
    - รากใช้เป็นยาทาภายนอก ตำพอกหรือบดเป็นผงผสมพอก

สารเคมี

  • ใบ มี Flavonoid glycosides , phenol, amino acid, tannin

  • ดอก มี  Flavonoid glycosides
     Flavonoid glycosides จะมีปริมาณเปลี่ยนไปตามสีของดอกไม้เมื่อบานเต็มที่ สีแดงจะมี anthocyanin ในตอนที่ดอกมีสีแดงเข้ม จะมีปริมาณของ  anthocyanin เป็น 3 เท่าของตอนที่มีดอกเป็นสีชมพู

 

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by silvia soko, Vietnam Plants & The USA. plants, Orient Sea)

ที่มา  http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_20_3.htm

Tags : ดอกพุตตาน ดอกสามสี ดอกสามผิว สมุนไพร พรรณไม้ประดับ ตำรับยาไทย ยารักษา 

view

 หน้าแรก

 สินค้า

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 ติดต่อเรา

view